การทำกิจกรรมเพิ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

123457พื้นฐานของคู่สมรสมาจากต่างครอบครัวย่อมจะมีลักษณะนิสัย ค่านิยม ความคิดเห็นแตกต่างกัน เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัวต้องปรับตัวปรับใจให้สอดคล้องกับสมาชิกในครอบครัว ทั้งคู่สมรส ญาติ พี่น้อง ต้องทำความเข้าใจกับสภาพของชีวิตสมรส จะทำตัวเหมือนกับตอนเป็นโสดไม่ได้ ต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ทำสิ่งใดให้เป็นไปในลักษณะของการพบกันครึ่งทาง ต้องตระหนักว่าคนเราย่อมแตกต่างกันในความรู้สึก นิสัย ใจคอ และอาชีพการงาน จึงต้องทำความเข้าใจ ปรับความรู้สึกให้สอดคล้องกัน

จากสภาพเศรษฐกิจสังคมไทยปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก จึงเป็นเหตุให้ทุกครอบครัวมุ่งทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ทำให้พ่อแม่ลืมการเอาใจใส่ดูแลลูก ไม่มีเวลาในการดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด หรือบางครั้งบางครอบครัวอาจใช้ความรุนแรงในการดูแลเด็ก เพราะความเครียดจากการทำงาน รวมทั้งปัญหาครอบครัวแตกแยกที่มีมากจึงทำให้หน้าที่ดูแลเด็กตกเป็นของปู่ ย่า ตา ยาย จึงเกิดช่องว่างระหว่างวัยในการดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวเกิดความขัดแย้งในการสื่อสารจึงเกิดปัญหากับตัวเด็ก

กิจกรรมนันทนาการจะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวได้พักผ่อน คลายเครียด ช่วยให้ความสัมพันธ์และบรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น จึงควรจัดกิจกรรมนันทนาการในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเล่นกีฬา จัดสวนดอกไม้ รดน้ำต้นไม้ เดินทางไปพักผ่อนนอกสถานที่ตามโอกาสและตามความเหมาะสม เป็นต้น การใส่ใจสุขภาพอย่างการออกกำลังกายที่ต่างคนก็ต่างออกกำลังกายตามเวลา ตามสถานที่ที่ตนเองสะดวกแทนที่จะพยายามหาเวลาออกกำลังพร้อมกันแบบทั้งครอบครัว ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถทำทั้งสองได้พร้อมกันๆ ในเวลาเดียวเพียงแค่ใช้การวางแผนและการจัดการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเรากำลังจะมาเผยเคล็ดลับให้ทำให้ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวสุขภาพได้ง่าย

กิจกรรมกีฬาสำหรับครอบครัว

1.ว่ายน้ำกันทั้งครอบครัว : เป็นสิ่งที่ได้ผลและดึงดูดความสนใจมากโดยเฉพาะเด็กๆ
2.ครอบครัวนักปั่น : คุณสามารถต่อที่นั่งเด็กเข้ากับจักรยานของคุณเพื่อที่จะให้คุณและครอบครัวสนุกไปด้วยกันได้
3.ครอบครัวเดินเท้า : หยิบเข็มทิศกับแผนที่แล้วลุย ไปในเส้นทางที่หลากหลายและให้ความบันเทิงแก่ทุกระดับสุขภาพและกลุ่มอายุ
4 .กีฬาในร่มสำหรับครอบครัว : ทั้งแบดมินตัน โบว์ลิ่ง และปิงปอง เป็นกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้าร่วมได้
5.กิจกรรมในวันหยุดครอบครัว : ปัจจุบันนี้การท่องเที่ยวทางทะเลได้ถูกทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโดยให้ทั้งความสนุกและผจญภัยมากขึ้นเล็กน้อย

การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวให้มีความสุข

ครอบครัว เป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องให้การดูแลเอาใจใส่ เพราะทำหน้าที่ในการหล่อหลอมและขัดเกลาให้เป็นคนดีและมีการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรัก ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รวมถึงปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และถ่ายทอดวัฒนธรรมทางสังคมให้แก่สมาชิก เพื่อให้บุคคลเป็นคนดี มีคุณภาพและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ฉะนั้นแล้วการสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวจำเป็นที่จะต้องช่วยในด้านต่างๆดังนี้

1.ส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วย มีความรัก ความเข้าใจ และดูแลเอาใจใส่กัน เคารพนับถือ ให้เกียรติ จริงใจ และเห็นคุณค่ากันและกัน มีสิทธิ เสรีภาพ มีการปรึกษาหารือกัน รู้และปฏิบัติบทบาทหน้าที่ที่ควรมีต่อกัน มีเวลาให้กันอย่างมีคุณค่า มีความเสียสละ สามัคคี ให้อภัยกัน มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

2.ปลูกฝูงให้มีวิถีการดำเนินชีวิตที่ดี โดยเริ่มจากพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนปลูกฝังสิ่งที่ดีให้แก่ลูก เลี้ยงดู ดูแลเอาใจใส่ส่งเสริมพัฒนาการและวุฒิภาวะของลูก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน และการพึ่งพาตนเองรู้จักเรียนรู้และปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ดี มีความมั่นใจในชีวิตของตน

3.มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่มีพฤติกรรมต่อต้าน หรือทำความเดือดร้อนให้แก่สังคม โดยมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคม อีกทั้งจะต้องมีความตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข

4.สร้างกิจกรรมพิเศษสำหรับครอบครัว เพื่อสร้างสายใยความผูกพันระหว่างกันในครอบครัว เพราะครอบครัวเปรียบเสมือนเสาหลักของสังคม สังคมจะมั่นคงและแข็งแรงได้ย่อมต้องอาศัยครอบครัวที่ดี

จะเห็นได้ว่าการจัดกิจกรรมสำหรับครอบครัว เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาเยาวชนและครอบครัวได้เป็นอย่างดีและยังเป็นการสร้างประสบการณ์ตรง เพื่อเพิ่มพูนความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่างๆ ให้แก่ลูกตามควรแก่วัย ดังนั้น พ่อแม่ควรหากิจกรรมที่ทำร่วมกันภายในครอบครัวออย่างสม่ำเสมอ เพราะยังเป็นการพัฒนาความสามารถด้านต่างๆ ให้กับลูกๆ ได้อีกด้วย

กิจกรรมในครอบครัวช่วยส่งเสริมทางด้านร่างกายและจิตใจ

การทำกิจกรรมระหว่างคนในครอบครัว ช่วยสร้างความรัก ความผูกพัน ส่งเสริมทางด้านร่างกายและจิตใจ แต่ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันทำให้พ่อแม่ต่างต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่มีเวลาให้กับสมาชิกในครอบครัว ทำให้ครอบครัวที่เป็นรากฐานของสังคมได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการขาดความอบอุ่นของคนในครอบครัว จนทำให้เกิดเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิต

ทางด้านองค์กรต่างช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะเชื่อว่าถ้าครอบครัวมีความรักความอบอุ่นมากพอ ปัญหาสังคมต่างๆก็จะไม่เกิด ดังนั้นจึงมีการจัดกิจกรรมให้กับคนในครอบครัวอยู่เสมอ ในทีนี้ขอยกตัวอย่างกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันให้กับคนในครอบครัว ดังนี้

1.นำเกมส์กล่องสมัยก่อน เช่น เกมส์เศรษฐี เกมส์กระดาน เป็นต้น เพราะเกมส์เหล่านี้ช่วยสร้างสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้ดี

2.ดูภาพยนตร์เก่าๆที่เคยดูด้วยกันมาดูใหม่อีกรอบ เพื่อใช้เวลาผ่อนคลายไปด้วยกัน

3.ดูรูปอัลบั้มเก่าๆในสมัยวันวาน รูปเหล่านี้จะมาพร้อมเรื่องราวเก่าๆ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับคนในครอบครัว

4.ปิ้งย่างในสวนหลังบ้าน ในช่วงมื้อค่ำของครอบครัว นอกจากจะไม่ต้องให้คุณแม่ทำอาหารเย็นแล้ว ยังช่วยสร้างความเพลิดเพลินในการทำอาหารร่วมกันได้ด้วย

5.ออกกำลังกายร่วมกัน เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือกีฬาที่เล่นเป็นทีม นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยสร้างความสามัคคีอีกด้วย

6.ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน  และมีโอกาสสอนเด็กๆที่อยู่ในช่วงวัยเรียนรู้ให้ช่วยทำความสะอาดบ้านได้ด้วย

7.ช่วยกันล้างรถ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในครอบครัว ที่สร้างความสนุกสนาน มากกว่าการช่วยงาน ช่วยสร้างสีสันให้กับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ

8.สร้างเป้าหมายชีวิตในครอบครัว การให้เด็กๆมีส่วนร่วมในการวางแผน เป็นการฝึกด้านความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเด็ก เช่นเรื่องการวางแผนเที่ยวร่วมกันในครอบครัวให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผนเที่ยวสถานที่ต่างๆ

นอกจากกิจกรรมที่ยกตัวอย่างข้างต้นแล้ว ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่คนในครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้ และไม่จำเป็นต้องอยู่ในบ้านเพียงเท่านั้น การออกไปทำกิจกรรมร่วมกันนอกบ้านก็สามารถทำได้ เช่น ออกไปขับรถเล่น ออกไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ หรือเข้าวัด เป็นต้น เพียงเท่านี้คนในครอบครัวก็มีกิจกรรมทำร่วมกันตลอดเวลา

ความรักความผูกพันระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการสร้างบุคลิกภาพของเด็ก

6

ความรักความผูกพันระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการสร้างบุคลิกภาพของเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ความมั่นคงของครอบครัวเป็นฐานสำคัญของความมั่นคงของสังคมและของประเทศชาติ ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ปรมาจารย์ของเหล่าจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้เขียนไว้เมื่อพ.ศ. 2499 ในวารสารสมาคมจิตแพทย์ฉบับที่ 1 ปีที่ 1 ว่า “ความผูกพันรักใคร่ภายในครอบครัว เป็นรากฐานของความสุขแห่งชีวิต เป็นรากฐานของความเป็นปึกแผ่นของสังคม ของประเทศชาติบ้านเมือง และของโลกในที่สุด” ท่านได้กล่าวถึงตัวอย่างของวัฒนธรรมในประเทศตะวันตก วัฒนธรรมในประเทศเอเชีย และคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งล้วนกล่าวถึงความสำคัญของครอบครัว อันมีบิดามารดาเป็นบุคคลสำคัญ ฉะนั้นควรจะรักษาและควรดำรงไว้ซึ่งความรักความผูกพันระหว่างบุตรและบิดามารดา และตัองรีบหาทางแก้ไขได้ก่อนที่ครอบครัวจะแตกสลายไปตามกระแสของวิวัฒนาการทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

บทความของท่านเขียนไว้เป็นเวลา 44 ปี มาแล้ว ท่านได้คาดการณ์ไว้อย่างแม่นยำ ได้อธิบายถึงวิธีการที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า การเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและของการสร้างผลิตวัตถุทุกระดับอย่างมากมาย การเจริญทางอุตสาหกรรมและการให้ความสำคัญน้อยกับเกษตรกรรม ประกอบกับมีความมุ่งมั่นในความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ แต่ให้ความสำคัญน้อยต่อระบบศีลธรรมจรรยา ทำให้ระบบครอบครัวระส่ำระสาย ระบบสังคมของชาติและของโลกเป็นปัญหาวุ่นวายในระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมานี้ ลักษณะครอบครัวไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งในด้านโครงสร้าง ความเป็นอยู่ภายในครอบครัว จำนวน และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกภายในครอบครัว เป็นต้น เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อการเลี้ยงดูบุตรธิดาโดยตรง

ครอบครัวไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย อยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พ่อเป็นผู้นำทำงานหาเลี้ยงชีพ แม่เป็นแม่บ้านและเป็นผู้ดูแลลูกและผู้คนบริวารภายในบ้าน เด็กๆ เติบโตขึ้นมาด้วยประสบการณ์ของการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ได้เรียนรู้บทบาทของการงานภายในบ้าน การดูแลน้อง มีความผูกพันใกล้ชิดกับพ่อแม่และครอบครัวของตน มีความสัมพันธ์ช่วยเหลือกันระหว่างเพื่อนบ้าน เด็กได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากประสบการณ์ตรงและเป็นไปโดยธรรมชาติ เมื่อโลกเจริญก้าวหน้าขึ้น เด็กได้มีโอกาสในการศึกษามากขึ้นทั้งหญิงและชาย ผู้หญิงมีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถมีวิชาชีพ และอาชีพกันมากขึ้น

การตลาดแบบครอบครัวสร้างฐานลูกค้าในอนาคต

กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวสามารถใช้ได้ทุกช่วงเวลา แต่จะเน้นหนักช่วงเทศกาลเป็นหลัก อาทิ วันพ่อ วันแม่ วันเด็ก วันสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งทุกช่วงเทศกาลที่กล่าวมาจะมีลักษณะของความเป็นวันครอบครัว การขายสินค้าและบริการจึงเป็นไปในลักษณะของแพ็คเกจหรือเป็นเซต ไม่ใช่หนึ่งต่อหนึ่งเหมือนการตลาดทั่วไป ผู้ประกอบการที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวจึงสามารถขายสินค้าได้เป็นจำนวนมากในคราวเดียวกัน ยกตัวอย่าง แพ็คเกจทัวร์ท่องเที่ยว กระเช้าสินค้าปีใหม่ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าจะไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของจำนวนมากนักตราบใดที่สินค้าสามารถเติมเต็มความรู้สึกและส่งให้บุคคลรอบข้างได้อย่างทั่วถึง

การตลาดแบบครอบครัวสร้างฐานลูกค้าในอนาคต

บริโภคจำนวนมากตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะความอนุรักษนิยมและการอ้างอิงจากทางครอบครัว เช่น ซื้อเพราะแม่ใช้สินค้าตัวนี้อยู่ ซื้อเพราะที่บ้านใช้เป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งตราบใดที่สินค้าตัวนี้ยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อยู่ พวกเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนไปใช้สินค้าตัวอื่นแทนแน่นอน อันเป็นผลเกิดจากอิทธิผลซึ่งได้รับจากคนรอบข้างของลูกค้าหรือครอบครัวและแนวคิดการตลาดแบบครอบครัวนี้ยังถูกจัดว่าเป็น Brand Loyalty อย่างหนึ่งด้วย การใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวจึงมีส่วนช่วยปลูกฝังค่านิยมและสร้างฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี เช่น ผงซักฟอกที่มุ่งเน้นทำการตลาดแบบครอบครัวโดยเน้นหนักไปที่ “แม่” เนื่องจากเป็นผู้ดูแลทุกคนในครอบครัว ซึ่งลูกๆ มักจำเป็นแบบอย่าง และเมื่อลูกๆ ต้องซื้อผงซักฟอกใช้เองบ้างก็มักจะเลือกตามสื่งที่เคยเห็นแม่ใช่ เพราะมองว่าสิ่งที่แม่ซึ่งเป็นผู้ดูแลครอบครัวเลือกต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวจึงเป็นการปลูกฝังความคิดให้เปลี่ยนมาเป็นลูกค้าประจำ เป็นการสร้างฐานลูกค้าอย่างแยบยลที่สุดวิธีหนึ่ง

การตลาดแบบครอบครัวเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก

คำว่าครอบครัวก็บ่งบอกด้วยตนเองอยู่แล้วว่ามีสมาชิกมากกว่าหนึ่ง จึงเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นมากและเหมาะกับการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัว เพราะผู้ประกอบการสามารถส่งสารและข้อมูลสินค้าหรือบริการไปยังรับหลายๆ คนในครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสินค้าและบริการหรือเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมกิจกรรมแบบครอบครัว เช่น กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมวันพ่อ หรือเทศกาลส่งความสุขในวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น จึงทำให้กลยุทธ์การตลาดในลักษณะนี้คุ้มค่าการลงทุนและยังมีโอกาสจะถูกบอกเล่าแบบปากต่อปากจนอาจต้องจัดกิจกรรมอีกครั้งเมื่อครบวาระมาบรรจบอีกครั้ง
การตลาดแบบครอบครัวมีคู่แข่งน้อย

กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวไม่ได้เน้นจะขายของแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปิดเวทีให้ลูกค้ามาทำกิจกรรมในลักษณะครอบครัวร่วมกัน จึงไม่สามารถวัดผลความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้ภายในครั้งเดียว ผู้ประกอบการหลายรายจึงมองข้ามการทำตลาดลักษณะนี้ไปอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นโอกาสช่วยให้ผู้ประกอบการที่คิดจะลงมาจับแผนการตลาดแบบครอบครัวมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าอันเนื่องจากมีคู่แข่งน้อยมากนั่นเอง แต่กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องใช้เวลาเพิ่มมากเป็นพิเศษด้วย

ด้วยรูปแบบของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนในครอบครัวมีเวลาและโอกาสพูดคุยกันน้อยลง การซื้อสินค้าและบริการเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายแทนความรักและความห่วงใยจึงมีความสำคัญและกลายเป็นค่านิยมมากขึ้น และกลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวก็สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด