สถาบันครอบครัวเป็นแหล่งสำคัญในการให้ความรักกับคนในครอบครัว


สถาบันทางครอบครัว คือ สถาบันที่ชายหญิงอยู่กินกันเป็นครอบครัวและเป็นสถาบันที่จะยังให้สังคมดำรงอยู่ได้ตลอดไป ยอมรับกันว่า สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานของสังคม ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความสัมพันธ์ทางเพศ การมีบุตร การอบรมเลี้ยงดู ตลอดถึงการสร้างระบบเครือญาติ แต่เดิมมานั้น ครอบครัวทำหน้าที่เป็นสถาบันเบ็ดเสร็จ กล่าวคือ กิจกรรมทั้งปวงของบุคคลมีศูนย์กลางอยู่ที่ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การแพทย์ การสังคมสงเคราะห์ ตลอดจนพิธีกรรมต่าง ๆ ในสมัยหลังจึงได้มีองค์การอื่น ๆ รับไปปฏิบัติแทนครอบครัว การอยู่กันเป็นครอบครัวมีระเบียบปฏิบัติซึ่งตั้งขึ้นเป็นแบบแผน เป็นมาตรฐานในเรื่องการสืบพันธุ์และการเลี้ยงดูบุตร ครอบครัวปฏิบัติหน้าที่ทั้งในด้านเฉพาะตัวและหน้าที่ของสังคมเป็นส่วนรวม และหน้าที่อันสำคัญยิ่งของครอบครัว คือ การสร้างคน การที่สังคมจะดำรงอยู่ได้ ก็ต้องมีสมาชิกมาแทนที่สมาชิกเดิมที่ล้มตายไป การสร้างคนจึงเป็นสถาบันขึ้นมา เรียกว่า สถาบันครอบครัว

สถาบันครอบครัวมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับพัฒนาการที่ดีงามของมนุษย์ เราควรช่วยกันรักษาให้คงอยู่ตลอดไป หากหน่วยอันเป็นรากฐานของสังคมนี้ มีอันต้องแตกทลายไม่มีชิ้นดีแล้วล่ะก็ อนาคตของอารยธรรมมนุษย์ก็น่าเป็นห่างมาก เชื่อว่าเราทุกคนคงยอมรับความสำคัญของสถาบัน “ครอบครัว” ซึ่งนับวันจะเล็กลงเรื่อยๆ หากเราไม่มี “ครอบครัว” ที่จะกลับไปหาหลังเลิกงานในตอนเย็น ชีวิตของคนผู้นั้นก็ดูเหมือนแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา จะเห็นได้ว่าพลังแห่งครอบครัวนั้นสามารถสร้างสรรค์ให้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้มากมายในสังคม ทั้งในสิ่งที่เราเห็นเป็นรูปธรรมต่างๆก็ล้วนแปรรูปมาจากพลังงานแห่งครอบครัว ที่สำคัญคือสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นนั้น แม้สัมผัสไม่ได้แต่เราก็สามารถสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกว่าพลังจากครอบครัวนั้นเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้

ในครอบครัวที่มีลูก ความสำเร็จของครอบครัวส่วนหนึ่งสามารถประเมินได้จากตัวลูก ซึ่งมิได้หมายความว่าครอบครัวที่มีสุขจะต้องมีลูกที่เรียนดี เรียนสูง เรียนเก่งเช่น ต้องเรียนวิศวะหรือแพทย์ตามสมัยนิยม ซึ่งโอกาสเช่นนี้เป็นไปไม่ได้กับเด็กทุกคน และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเด็กทุกคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจและความพอใจในการเลือกเรียนของเด็ก หากประสบความสำเร็จได้ก็นับได้ว่าเป็นอภิชาตบุตรเช่นกัน เป็นเรื่องที่ควรแก่การภูมิใจ แต่หากเด็กจะเรียนด้อยหรือไม่ได้เรียนด้วยข้อจำกัดหลายประการเช่น พิการ เจ็บป่วย ก็มิใช่ความผิดของครอบครัว

สถาบันครอบครัวมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับพัฒนาการที่ดีงามของสมาชิกในครอบครัว

ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด ในชีวิตที่ทุกคนต้องให้การดูแลเอาใจใส่ เพราะทำหน้าที่ในการหล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์ ทั้งการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรัก ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รวมถึงปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และถ่ายทอดวัฒนธรรมทางสังคมให้แก่สมาชิก เพื่อให้บุคคลเป็นคนดี มีคุณภาพ และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

บทบาท หน้าที่ของสถาบันครอบครัวที่มีต่อสมาชิกในครอบครัว
1. บทบาท หน้าที่ในการกำหนดสิทธิของบุคคล ชายหรือหญิง เมื่อแต่งงานอยู่กินถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ทั้งสองสามี ภรรยา ย่อมต้องมีสิทธิตามกฎหมาย มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของซึ่งกันและกัน ผู้อื่นไม่สามารถละเมิดสิทธิอันชอบธรรมลักษณะนี้ได้ สิทธิตามกฎหมายนี้เป็นที่ยอมรับทั้งในกฎหมายและจารีตประเพณี
2. บทบาท หน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีแก่สมาชิกภายในครอบครัว การที่ชายและหญิงแต่งงานกันตามกฎหมาย ย่อมต้องอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว มีความรักความผูกพันซึ่งกันและกัน ฉันสามีภรรยา เมื่อมีบุตรเกิดขึ้นมา บุตรนั้นย่อมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนทั้งสองครองรักร่วมกันตลอดไป หน้าที่ของสามีย่อมต้องปฏิบัติให้เหมาะสมกับการเป็นพ่อบ้านที่ดี ประกอบสัมมาอาชีพ เลี้ยงดูครอบครัวตามสมควรแก่ฐานภาพ ภรรยาก็ต้องมีหน้าที่ดูแลเอาใจใส่สามีและบุตร เป็นแม่บ้านที่ดี รักและเทิดทูนสามี ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ข้อสำคัญอย่างยิ่งก็คือสามีภรรยาย่อมต้องมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรที่เกิดมาให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้บุตรของตนเติบโตขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป
3. บทบาท หน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดู สั่งสอน สมาชิกที่เกิดใหม่ในครอบครัว และถ่ายทอดความรู้และเป็นธุระจัดหาที่เล่าเรียนให้แก่บุตร ตลอดจนการกระทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อให้บุตรเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม และนำความรู้ ความสามารถจรรโลงสังคมให้พัฒนาสืบต่อไป
4. หน้าที่ในการกำหนดสถานะทางสังคมให้แก่บุตร เมื่อบุตรเกิดมาในครอบครัว สถานภาพเบื้องต้น ได้แก่ การกำหนดเชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น อีกทั้งสถาบันครอบครัวยังมีหน้าที่ในการกำหนดสถานภาพแห่งการเป็นบุตรสมาชิกเกิดมาด้วยทั้งนี้ย่อมมีผลตามกฎหมายในการสืบต่อการเป็นทายาทของบิดา มารดา เกี่ยวกับมรดก ซึ่งพึงมีพึงได้ในอนาคต

ครอบครัว คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น หากท่านมีการดำเนินชีวิตอย่างสมดุล จัดการทุกสิ่งด้วยหลักของความเป็นจริง เหมาะสมกับการใช้ชีวิตและสถานการณ์ปัจจุบัน ท่านก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และนั่นจะเป็นอีกรากฐานหนึ่ง ที่ทำให้ครอบครัวของท่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจและ นำไปสู่ครอบครัวที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในที่สุด

กลยุทธ์การตลาดแบบการส่งเสริมกิจกรรมสถาบันครอบครัว

กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากมาย โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องไม่คาดหวังว่าจะสามารถสร้างผลกำไรกลับคืนมาโดยทันที แต่ให้มองเป็นเรื่องการลงทุนในระยะยาวจากการตลาดแบบครอบครัว โดยมีรายละเอียดต่างๆดังนี้
1.การตลาดแบบครอบครัวส่งเสริมภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบการส่งเสริมกิจกรรมสถาบันครอบครัว สิ่งที่ได้คือผลตอบแทนที่จะได้กลับคืนมามากที่สุดในเรื่องภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของประชาชนและสังคม ทั้งนี้จุดประสงค์หลักของกลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวนั้น มุ่งเน้นไปที่การทำกิจกรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก ไม่ใช่การมุ่งเน้นขายสินค้าเหมือนกลยุทธ์รูปแบบอื่นๆ ซึ่งความใส่ใจในความสุขของลูกค้าด้วยการตลาดแบบครอบครัวจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดีขึ้น
2.การตลาดแบบครอบครัวเติมเต็มให้ลูกค้า เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนไปมาก ชีวิตผู้คนถูกบังคับด้วยกรอบเวลาที่ต้องเร่งรีบเพื่อหน้าที่การงาน ทำให้บ่อยครั้งการแสดงออกถึงความห่วงใยต่อคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ พี่น้อง ภรรยา เพื่อน แฟน เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ฉะนั้นกลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวนี้จึงเป็นคำตอบที่สามารถเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปได้ อย่างเช่น การจัดการท่องเที่ยวในวันแม่ของสายการบิน การทำแคมเปญของสินค้าต่างๆ ซึ่งเหตุผลที่ลูกค้าใช้เลือกซื้อสินค้าที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวนี้เป็นเพราะภาพลักษณ์ของการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่รัก ดังนั้นกลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวจึงสามารถเติมเต็มความรู้สึกให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ฉะนั้นแล้วกลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวสามารถใช้ได้ทุกช่วงเวลา แต่จะเน้นในช่วงเทศกาลเป็นหลัก อย่างเช่น วันพ่อ วันแม่ วันเด็ก วันสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งทุกช่วงเทศกาลจะมีลักษณะของความเป็นวันครอบครัว การขายสินค้าและบริการจึงเป็นไปในลักษณะเป็นเซต ทำให้ผู้ประกอบการที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัวสามารถขายสินค้าได้เป็นจำนวนมาก เช่น แพ็คเกจทัวร์ กระเช้าสินค้า ซึ่งลูกค้าจะไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของจำนวนมากนัก ดังนั้นการทำการตลาดในรูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมสถาบันครอบครัวเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถทำกำไรได้อย่างมากมาย

การสร้างสถาบันครอบครัว เพื่อเป็นรากฐานที่ดีให้แก่สังคม


สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานในสังคมไทย และเป็นสถาบันที่จะทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้สืบไป สถาบันครอบครัวนั้นมีหน้าที่ควบคุมในด้านความสัมพันธ์ทางเพศ การมีบุตร การเลี้ยงดู และการสร้างเครือญาติ กิจกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมล้วนมากจากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การแพทย์ การประกอบอาชีพต่างๆ ครอบครัวเป็นพื้นฐานของส่วนรวม ในการสร้างคน ที่มีการแทนที่เมื่อสมาชิกเดิมตายไป จึงได้เกิดการจัดตั้งสถาบันครอบครัวขึ้น

สถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละวัน จะเห็นได้ว่าปัญหาด้านความรุนแรงของเยาวชนนำไปสู่ปัญหาด้านอื่นๆตามมามากมาย ซึ่งถือเป็นปัญหาในระดับชาติและระดับโลกที่ทุกฝ่ายควรเข้ามาแก้ไข ตัวอย่างเช่น ปัญหาทางด้านยาเสพติด นำไปสู่การลักทรัพย์จนกระทั่งการก่ออาชญากรรม ดังนั้นเราจึงได้เห็นข่าวเกี่ยวกับการฆ่าญาติพี่น้อง การตบตีทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว นอกจากนี้ปัญหาท้องในวัยเรียน ทำให้ไม่สามารถรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทำให้มีการแก้ไขปัญหาไปในทางที่ผิด จากที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ปัญหาที่ตามมานั้นรุนแรงมาก ซึ่งทำให้เกิดกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตของคนในสังคม

ครอบครัวเป็นหน่วยงานที่เล็กที่สุด ครอบครัวนั้นก่อตั้งขึ้นจากชายและหญิงเพียงเท่านั้น ที่มีหน้าที่สนับสนุนการศึกษาให้แก่ลูกๆ ให้ลูกมีบทบาทในสังคม รวมทั้งเสริมสร้างพลังกายพลังใจให้แก่สมาชิก เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวออกไปแสดงบทบาทต่างๆทางสังคม

พลังแห่งครอบครัวนั้นสามารถสร้างสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นได้ภายในสังคม สิ่งที่เราเห็นต่างๆก็ล้วนมาจากการแปรรูปจากครอบครัว ครอบครัวนั้นมีส่วนสำคัญในการสร้างเยาวชนและสังคมอย่างมาก หากคนในครอบครัวสามารถให้ความรักความอบอุ่นได้อย่างเต็มที่ อบรมสั่งสอนด้วยวิธีการที่ถูกต้อง จะทำให้เยาวชนเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต อีกทั้งทางด้านเยาวชนเองก็ควรที่จะเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ปฏิบัติตนให้อยู่ในสิ่งที่ถูกต้อง ดูแลพ่อแม่ ไม่สร้างความทุกข์ใจให้แก่ครอบครัว และยังสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลานในภายภาคหน้า

หากครอบครัวความเข้มแข็ง แล้วหลายๆครอบครัวภายในสัคงมารวมตัวกัน ย่อมทำให้เกิดสังคมที่เข้มแข็งตามมา เชื่อได้เลยว่าปัญหาครอบครัวก็จะลดลงไป ด้วยการขับเคลื่อนของสถาบันครอบครัวที่เป็นรากฐานให้กับสังคม

หน้าที่สำคัญของสถาบันการศึกษาที่ให้บริการและเป็นจุดสำคัญในการส่งเสริมสถาบันครอบครัว

“ครอบครัว” เป็นสถาบันสังคมแรกเริ่มที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเป็นสถาบันพื้นฐาน ที่มีบทบาทสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับมนุษย์ทุกคนในสังคม เป็นสถาบันแรกที่ทำหน้าที่ทางสังคมในการ ถ่ายทอดค่านิยม ปลูกฝังความเชื่อ สร้างเสริมทัศนคติ กำหนดบุคลิกภาพ วิธีประพฤติปฏิบัติตน รวมทั้งการสร้างบรรทัดฐานทางสังคมให้แก่ สมาชิกรุ่นใหม่ ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาสังคมและประเทศครอบครัวจึงเปรียบเสมือนจักรกลชั้นแรกที่ทำหน้าที่หล่อหลอมบุคลิกภาพของบุคคลให้เป็นไปตามที่สังคมต้องการ นำไปสู่การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

หน้าที่สำคัญของสถาบันการศึกษา

1. อบรมให้เรียนรู้ระเบียบแบบแผนของสังคม สอนให้สมาชิกในสังคมได้พัฒนาบุคลิกภาพ มีกิริยามรรยาท มีจริยธรรม คุณธรรม เคารพในสิทธิของผู้อื่น ปฏิบัติตามหน้าที่ของตน

2. อบรมให้สมาชิกได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพ เพื่อการดำรงชีวิตเพื่อเพิ่ม ผลผลิตในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การบริการ นอกจากสอนให้ผู้คนได้เรียนรู้ในการประกอบอาชีพแล้ว สถาบันการศึกษายังมีหน้าที่ในการพัฒนาอาชีพ ริเริ่มสร้างสรรค์อาชีพ เพื่อผลผลิตใหม่ที่จะสนองความต้องการของสังคม

3. จัดสรรตำแหน่งและกำหนดหน้าที่การงานให้แก่บุคคล เพื่อบุคคลได้เรียนรู้ในอาชีพใด มีความสามารถในทางใด ก็จะไปทำงานในอาชีพนั้น

4. ช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในสังคม เมื่อการศึกษาเจริญก้าวหน้าขึ้น ก่อให้เกิดความรู้ แนวคิด เทคนิคใหม่ ๆ การค้นพบต่าง ๆ ทำให้เกิดการประดิษฐ์สิ่งของอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ และมีการพัฒนาสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

5. ช่วยให้สังคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผลจากการศึกษาอบรมให้เรียนรู้ระเบียบแบบแผน วัฒนธรรมเดียวกัน ยิ่งถ้ามีการใช้ภาษาเดียวกันในการติดต่อสื่อสาร จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน มีความผูกพันกันดีขึ้น

6. ช่วยให้เกิดการเลื่อนชั้นทางสังคม ในทุกสังคมย่อมประกอบด้วยชนชั้นและจากการมีชนชั้น ซึ่งจัดว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมนั้น สมาชิกส่วนหนึ่งย่อมจะมีความต้องการเลื่อนชั้นทางสังคมและปัจจัยหนึ่งจะช่วยได้ ก็คือ การศึกษา เพราะ การศึกษาจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น มีเกียรติได้รับการยกย่อง

7. ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพเฉพาะของสมาชิกจากการเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ เขาอาจสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องและกลายมาเป็นคุณสมบัติประจำตัวเขา เช่น ความรักในศิลปะและดนตรีหรือความซาบซึ้งในวรรณกรรม ความสนใจ ทางการเมือง ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าการที่จะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่อาศัยแค่คนในครอบครัว แต่จะต้องมีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะทำให้เกิดสถาบันครอบครอบที่สมบูรณ์แบบได้